
5จุดเช็กด่วนในบ้านใหม่ ถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อมเอง!
หน้าแรกTeeNee รีวิวบ้าน สวน บิลท์อิน ตกแต่ง knowledge 5จุดเช็กด่วนในบ้านใหม่ ถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อมเอง!

เปิดคู่มือเช็กบ้านฉบับลึกซึ้ง ตรวจรับบ้าน-คอนโดก่อนโอน สรุปครบจบแบบ professional
ในการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นรับมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์ คือการตรวจสอบความถูกต้องและมาตรฐานงานก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคาราคาซังที่ต้องตามแก้ในภายหลัง หรือต้องเสียเงินซ่อมแซมเอง การตรวจรับบ้านสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างหรือบริษัทตรวจบ้านเสมอไป เพียงแต่ต้องรู้กรอบการตรวจที่ชัดเจน และแยกตรวจทีละหมวดหมู่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
เรื่องขนาดพื้นที่หรือระยะระหว่างเสาถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ถูกควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง แต่จุดสำคัญที่ต้องลงรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนเพื่อตรวจรับงานก่อสร้าง สามารถแบ่งออกเป็นกรอบการทำงานหลัก 5 ด้านดังนี้
การตรวจสอบงานฝ้าและผนัง
หมวดงานฝ้าและผนังมักเป็นจุดแรกที่สร้างข้อถกเถียงระหว่างเจ้าของบ้านกับโครงการหรือผู้รับเหมา ให้เริ่มต้นจากการสำรวจรอยแตกร้าวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ความเรียบร้อยของการทาสีว่ามีความขรุขระ เงา หรือไม่สม่ำเสมอตรงจุดไหนบ้าง ในส่วนของงานฝ้าเพดาน ให้สังเกตแนวขอบฝ้าว่าเดินตรงได้ระนาบหรือไม่ มีอาการตกท้องช้างหรือร่องรอยความเสียหายอื่นๆ หรือไม่ ให้ทำรายการจดบันทึกตำแหน่งที่มีปัญหาไว้อย่างละเอียด เพื่อแจ้งให้ทางโครงการเข้ามาแก้ไขก่อนการเซ็นรับ
การตรวจสอบงานพื้นและความเรียบร้อยของวัสดุ
การตรวจงานพื้นต้องพิจารณาตามประเภทของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง พื้นไม้ ปาร์เก้ หรือไวนิล สำหรับงานกระเบื้อง สามารถตรวจสอบความแน่นหนาของการปูได้โดยการนำเหรียญมาเคาะฟังเสียง หากกระเบื้องแน่นดี เสียงที่ได้จะเป็นเสียงทึบ แต่หากปูไม่เต็มหรือมีโพรงอากาศด้านใต้ เสียงจะออกโปร่งๆ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาอย่างรอบคอบหากคิดจะสั่งรื้อกระเบื้อง เพราะการรื้อทำใหม่เป็นงานที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน หากมีตำหนิเพียงเล็กน้อยอาจเลือกใช้วิธีเจรจาปรับปรุงจุดอื่นแทน นอกจากนี้ต้องตรวจสอบแนวยาแนว ความเรียบร้อยของการปูพื้นไม้หรือไวนิล ทดลองเดินให้ทั่วเพื่อเช็กว่าไม่มีจุดที่เดินแล้วสะดุด พื้นได้ระดับ ไม่เอียง ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ
การตรวจสอบระบบประตูและหน้าต่าง
งานบานประตูและหน้าต่างต้องทดลองเปิด-ปิดใช้งานจริงทุกบาน สำหรับประตูไม้ ให้สังเกตว่ามีเสียงดังขณะใช้งานหรือไม่ บานประตูสามารถปิดได้สนิทพอดีโดยไม่มีร่องห่างขนาดใหญ่จนแสงลอดหรือเสียงภายนอกรบกวนได้ ทดสอบระบบกลอนและลูกบิดว่าทำงานได้ตามปกติ ในส่วนของประตูและหน้าต่างอลูมิเนียม ต้องทดลองเปิด-ปิดและล็อกดู เพราะหากช่างตั้งบานไว้ไม่ดี บานอาจขบกันจนล็อกไม่ได้ ซึ่งต้องโน้ตรายการไว้ให้ช่างเข้ามาปรับแต่งตำแหน่งให้ลงตัว
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและภาระกำลังไฟ
การตรวจระบบไฟฟ้าทำได้โดยการเปิดไฟทุกดวงทั้งบ้าน หากบ้านหรือคอนโดมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งมาให้ด้วย ให้เปิดเครื่องปรับอากาศทุกเครื่องทิ้งไว้พร้อมกันทั้งหลัง สาเหตุที่ต้องเปิดโหลดไฟฟ้าเต็ม 100% พร้อมกัน เพื่อเช็กว่าขนาดเมนสวิตช์หรือความสามารถในการรองรับกำลังไฟ (Capacity) ที่โครงการติดตั้งมาให้นั้นเพียงพอต่อการใช้งานจริงหรือไม่ หากเปิดใช้งานพร้อมกันแล้วเบรกเกอร์เกิดอาการทริปหรือตัดไฟ แสดงว่าเมนไฟมีขนาดเล็กเกินไป หรืออาจมีปัญหาสายไฟลัดวงจร ซึ่งอันตรายมากยามเข้าอยู่อาศัยจริง สำหรับปลั๊กไฟตามจุดต่างๆ สามารถนำหัวชาร์จโทรศัพท์มาทดลองเสียบดูว่ามีกระแสไฟเข้าหรือไม่ รวมถึงทดสอบจุดเชื่อมต่อสัญญาณทีวีและโทรศัพท์ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าเมน
การตรวจสอบระบบน้ำประปาและระบบระบายน้ำทิ้ง
ระบบน้ำต้องแยกตรวจเป็นสองส่วนคือ ระบบน้ำประปา (น้ำดี) และระบบน้ำทิ้ง
ระบบน้ำประปา: เปิดก๊อกน้ำทุกจุดในบ้าน และต้องก้มดูบริเวณใต้อ่างล้างหน้าหรือซิงค์ล้างจานด้วยว่ามีน้ำรั่วซึมออกมาด้านล่างหรือไม่ ตรวจเช็กระบบปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ วาล์วต่างๆ และระบบบายพาส (Bypass) เจ้าของบ้านต้องเรียนรู้ระบบวาล์วตั้งแต่ตอนตรวจรับว่า หากเกิดกรณีไฟฟ้าดับ ปั๊มน้ำไม่ทำงาน จะต้องปิด-เปิดวาล์วตรงไหนเพื่อให้ระบบเปลี่ยนไปใช้น้ำประปาแรงดันปกติได้ ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อปิดก๊อกน้ำทุกอันในบ้านแล้ว ปั๊มน้ำจะต้องทำงานต่ออีกเพียงครู่เดียวแล้วหยุดทำงานทันที หากปั๊มยังคงทำงานต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ให้สันนิษฐานได้ทันทีว่ามีจุดรั่วซึมในระบบ ซึ่งจะส่งผลให้ค่าน้ำและค่าไฟสูงขึ้นอย่างมาก
ระบบน้ำทิ้งและสุขาภิบาล: ตรวจสอบการระบายน้ำของท่อน้ำทิ้ง สำหรับห้องน้ำชั้นสอง ให้สังเกตบริเวณฝ้าเพดานชั้นล่างใต้ตำแหน่งห้องน้ำ ลองเปิดน้ำทิ้งไว้แล้วสังเกตว่ามีรอยด่าง รอยซึม หรือมีเสียงน้ำหยดลงบนฝ้าหรือไม่ หากมีเสียงหยดน้ำ แสดงว่าท่อน้ำทิ้งใต้พื้นชั้นสองเกิดการรั่วซึม นอกจากนี้ให้ตรวจเช็กบ่อพักระบายน้ำรอบบ้านก่อนที่จะระบายออกสู่ท่อสาธารณะนอกบ้าน จุดนี้มักพบปัญหาเศษปูน เศษทราย หรือขยะจากการก่อสร้างไปอุดตัน ทำให้น้ำระบายได้ช้า ต้องแจ้งให้ช่างขุดลอกเศษขยะออกให้หมด ปิดท้ายด้วยการทดสอบกดชักโครกดูแรงดูดและการระบาย หากเป็นระบบถังบำบัดน้ำเสีย (ถังแซค) ใหม่ อาจต้องรอระยะเวลาปรับสภาพและเติมจุลินทรีย์เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นรบกวน
เมื่อทำการตรวจเช็กครบทั้ง 5 หมวดหมู่แล้ว ให้รวบรวมรายการที่ต้องแก้ไขทำเป็นเอกสารส่งมอบให้โครงการดำเนินการปรับปรุง พร้อมนัดหมายวันเข้ามาตรวจรับงานซ่อมอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างแก้ไขเรียบร้อยตามรายการ จึงค่อยลงนามรับมอบบ้านเพื่อย้ายเข้าอยู่อย่างสบายใจ



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































